ปั๊มน้ำ Sonic AP2500 สำหรับระบบปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ 2,000 ลิตร/ชั่วโมง

300 บาท

ปั๊มน้ำ Sonic AP2500 ปั๊มจุ่มสำหรับระบบน้ำหมุนเวียน เหมาะกับโต๊ะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขนาดเล็กถึงกลาง กำลังไฟ 30–32 วัตต์ อัตราการจ่ายน้ำสูงสุด 2,000 ลิตร/ชั่วโมง และส่งน้ำได้สูงสุด 2 เมตร ตัวอย่างการใช้งานในหน้านี้เป็นโต๊ะ 6 ราง รวมประมาณ 60 หลุม

มีสินค้าอยู่ 2 (สามารถสั่งจองสินค้าได้)

Chat on LINE Chat on LINE
หมวดหมู่:

คำอธิบาย

ระบบปลูกผักไฮโดรโปนิกส์แบบน้ำหมุนเวียนต้องใช้ปั๊มน้ำส่งสารละลายจากถังไปยังหัวราง การเลือกปั๊มควรพิจารณาจำนวนราง ความสูงจากถังถึงหัวโต๊ะ ความยาวท่อ และขนาดท่อร่วม เพื่อให้น้ำเข้าทุกรางได้อย่างสม่ำเสมอ

Sonic AP2500 เป็นปั๊มจุ่มที่นิยมนำมาใช้กับโต๊ะปลูกผักขนาดเล็กถึงกลาง ตัวอย่างการใช้งานในหน้านี้เป็นโต๊ะยาว 2 เมตร จำนวน 6 ราง รวมประมาณ 60 หลุม

ข้อมูลทางเทคนิคของ Sonic AP2500

  • แรงดันไฟฟ้า: AC 220–240 โวลต์
  • กำลังไฟฟ้า: 30–32 วัตต์
  • อัตราการจ่ายน้ำสูงสุด: 2,000 ลิตร/ชั่วโมง หรือประมาณ 33 ลิตร/นาที
  • ระยะส่งน้ำสูงสุด: 2 เมตร
  • ลักษณะการใช้งาน: ปั๊มจุ่มสำหรับระบบน้ำหมุนเวียน

ตัวเลขอัตราการจ่ายน้ำและระยะส่งน้ำเป็นค่าสูงสุดของปั๊ม อัตราการไหลจริงจะลดลงเมื่อยกน้ำสูงขึ้น ใช้ท่อยาว มีข้อต่อหลายจุด หรือแบ่งน้ำไปหลายราง จึงควรทดลองการไหลจริงหลังติดตั้งทุกครั้ง

การจ่ายน้ำเข้าหัวโต๊ะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ด้วยปั๊ม Sonic AP2500

ตัวอย่างการใช้งานกับโต๊ะปลูกผัก

ตัวอย่างในภาพเป็นโต๊ะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ยาว 2 เมตร จำนวน 6 ราง รางละประมาณ 10 หลุม รวมประมาณ 60 หลุม การจัดระบบควรวางถังน้ำใกล้ท้ายโต๊ะ ลดความยาวท่อที่ไม่จำเป็น และมีจุดปรับน้ำแยกแต่ละราง

โต๊ะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ยาว 2 เมตร 6 ราง สำหรับใช้กับปั๊ม Sonic AP2500
ปั๊มน้ำ Sonic AP2500 สำหรับจ่ายน้ำในระบบปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
ข้อมูลสเปกปั๊มน้ำ Sonic AP2500

การต่อท่อเข้ากับปั๊ม

ตัวอย่างการติดตั้งใช้สายยางขนาด 3/4 นิ้วต่อตรงจากตัวปั๊ม แล้วเชื่อมเข้ากับท่อพีวีซีขนาด 3/4 นิ้วสำหรับแบ่งน้ำไปยังโต๊ะ 6 ราง ควรเลือกสายยางและข้อต่อที่กระชับ พร้อมรัดจุดต่อเพื่อป้องกันสายหลุดและน้ำรั่ว

ชุดท่อและสายยางสำหรับต่อปั๊ม Sonic AP2500 เข้ากับโต๊ะปลูกผัก 6 ราง

ข้อควรตรวจสอบก่อนใช้งาน

  • วางปั๊มให้จมอยู่ในน้ำตามระดับที่เหมาะสม และไม่ปล่อยให้ปั๊มทำงานโดยไม่มีน้ำ
  • ติดตั้งระบบตัดไฟรั่วและสายดินตามความเหมาะสมกับพื้นที่เปียก
  • ถอดปลั๊กก่อนจับปั๊ม ล้างถัง หรือซ่อมระบบท่อทุกครั้ง
  • ตรวจเศษรากและตะกอนบริเวณช่องดูดน้ำ เพื่อไม่ให้การไหลลดลง
  • ทดลองเปิดระบบและปรับน้ำแต่ละรางก่อนนำต้นผักลงปลูก